“คนหนึ่งคน รวยจนก็มีหนึ่งเสียง ไม่ใช่งานเลี้ยง ขอเชิญมาเดินขบวน

เธอและฉัน ช่วยกันฟันฝ่า เป็นแนวหน้า เพื่อประชาธิปไตย

คนหนึ่งคน รวยจนย่อมมีศักดิ์ศรี เกิดแผ่นดินนี้ เท่าเทียมทุกเสรีชน

คนถือปืน จงคืนอำนาจ เราจะสร้างชาติ ภายใต้รัฐธรรมนูญ

เราตั้งปณิธาน ต้านเผด็จการ ทุกชาติไป”

เพลง ‘ปณิธานแห่งเสรีชน’ แต่งขึ้นโดยกุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ หรือ จิ้น กรรมาชน และใช้ร้องกันอย่างแพร่หลายในบรรดาผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านเผด็จการในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 เรื่อยมาจนถึงขบวนการต่อต้านรัฐประหารในปัจจุบัน

ในปีพุทธศักราช 2516 หากนับจากวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ถือเป็นปีที่ 41 ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพียง 41 ปีของการใช้การปกครองระบอบนี้ มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลายคน โดยส่วนใหญ่เกิดจากการรัฐประหารของคณะยึดอำนาจต่างๆ รูปแบบการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรของประชาธิปไตยในขณะนั้น จึงเปรียบเสมือน ‘การเลือกตั้งทางอ้อม’ 

จอมพลถนอม กิตติขจร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2501 และทำการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 20 ตุลาคม ปีเดียวกัน เพื่อเปิดทางให้กับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หัวหน้าคณะรัฐประหาร ปี พ.ศ. 2500 เป็นนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งสมัย แต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ถึงแก่อสัญกรรม และในปี พ.ศ. 2506 จอมพลถนอม กิตติขจร ได้รับการแต่งตั้งให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

หลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511 การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 12 ปี นับจากการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยผลการเลือกตั้ง พรรคสหประชาไทย ของจอมพลถนอม กิตติขจรได้รับเสียงข้างมาก ทำให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย

และเมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 จอมพลถนอม กิตติขจร ได้ทำการรัฐประหารรัฐบาลตนเอง และตั้งสภาบริหารคณะปฏิวัติขึ้น สังคมไทยในเวลานั้นเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ประเทศไทยเปรียบเสมือนมีการปกครองในระบอบเผด็จการ 

ทั้งนี้การประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2515 และสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามธรรรมนูญการปกครองดังกล่าวได้มีมติให้จอมพล ถนอม กิตติขจร เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอีก

กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ในเวลานั้น วิพากษ์วิจารณ์จอมพลถนอม และรัฐบาลกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยมาเป็นเวลาถึง 40 ปี แต่ก็ยังอยู่ในยุคที่การปกครองประเทศตกอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่ม 

ชนวนเหตุสำคัญที่นำมาสู่การออกมาขับไล่จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นจำนวนมาก คือจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของรัฐ ที่ลักลอบขนสัตว์ป่าสงวนจากทุ่งใหญ่นเรศวรตก และจากการที่กลุ่มนักศึกษาและประชาชน 13 คน ที่ถูกเรียกว่า ’13 ขบถรัฐธรรมนูญ’ เรียกร้องขอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นฉบับประชาชนอย่างแท้จริงและเรียกร้องการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ถูกจับขัง 

ทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุให้กลุ่มนักศึกษาจากหลากสถาบัน ทนกับรัฐบาลของจอมพลถนอมไม่ไหวอีกต่อไป กลุ่มนักศึกษานำโดยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ (อมธ.) ได้นัดรวมตัวกันที่ ‘ลานโพธิ์’ หรือลานบริเวณหน้าคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

ในช่วงวันก่อนเกิดเหตุการณ์ ‘วันมหาวิปโยค’ หรือ เหตุการณ์ 14 ตุลา นักเรียน นิสิต นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมทั้งประชาชน ออกมาขับไล่รัฐบาลเผด็จการของ จอมพลถนอม กิตติขจร กันจนล้นลานโพธิ์ ต้องย้ายสถานที่ไปที่บริเวณสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นับตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา ลานโพธิ์ เป็นลานกิจกรรมการเมืองที่สำคัญของบรรดานักศึกษาธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ รวมทั้งประชาชนทั่วไปด้วย ทั้งยังถูกบันทึกว่าเป็นสถานที่เริ่มต้น ของเหตุการณ์ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยในเวลาต่อมา คือในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่นักศึกษาออกมารวมตัวขับไล่ที่จอมพลถนอมเดินทางกลับประเทศ และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ประชาชนออกมาขับไล่พลเอกสุจินดา คราประยูร และช่วงที่มีการรวมตัวกันขับไล่คณะยึดอำนาจรัฐประหาร ก็จะมีการร่วมกันร้องเพลง ’ปณิธานแห่งเสรีชน’ กันอยู่เสมอ

หลังจากครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลา มาไม่นานนัก เสียงเพลงปณิธานเสรีชนดังขึ้นอีกครั้งที่บริเวณใกล้กับลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 กลุ่มนักศึกษาที่รวมตัวกันหลายมหาวิทยาลัยในนาม ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรม ‘หนุ่มสาวเอย... เจ้าเคยแล้วหรือยัง’ เพื่อรวมตัวกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองประเทศ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

กลุ่มนักศึกษา ศนปท. ได้ออกแถลงการณ์ต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำการยึดอำนาจ โดยได้มีการอ่านแถลงการณ์ก่อนการเริ่มจัดกิจกรรมที่บริเวณลานโพธิ์ โดยมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1. คสช. จะต้องยุติบทบาทลง

2. รัฐบาลต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 กำหนด

3. รัฐบาลต้องยกเลิกกฎอัยการศึกและนำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 กลับมาใช้

4. รัฐบาลและ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องร่วมมือกันขัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด

5. บุคคลที่ถูก คสช. ควบคุมตัวไว้ จะต้องถูกปล่อยตัวทันที

6. การรัฐประหารครั้งนี้จะต้องเป็นโมฆะ ประกาศและคำสั่งทุกฉบับของ คสช. จะต้องไม่มีผลใดๆ ในทางกฎหมาย

กลุ่มนักศึกษา ศนปท. ตั้งใจที่จะจัดกิจกรรม ’หนุ่มสาวเอย...เจ้าเคยแล้วหรือยัง’ ขึ้นที่บริเวณลานโพธิ์ เพื่อรำลึกถึงการขับไล่คณะรัฐประหารของบรรดารุ่นพี่ในอดีต ที่เคยใช้สถานที่นี้จัดกิจกรรมในลักษณะนี้ โดยในช่วงเริ่มต้นของกิจกรรม ตัวแทนนักศึกษาได้ปราศรัยโดยไม่ใช้เครื่องขยายเสียงที่ด้านรอบนอกบริเวณลานโพธิ์ 

ภายหลังจากการปราศรัยต่อต้านคณะยึดอำนาจรัฐประหารโดยตัวแทนนักศึกษา ได้มีกิจกรรมยอวาที หรือแซววาที และมีตัวแทนกลุ่มนักศึกษา ศนปท. อ่านแถลงการณ์ของกลุ่ม ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ต่อจากนั้นเวลาประมาณ 15 นาฬิกา กลุ่มนักศึกษาและประชาชนได้ถูกเชิญให้ออกไปใช้สถานที่บริเวณนอกมหาวิทยาลัยแทน ด้วยเหตุผลว่าทางมหาวิทยาลัยไม่อนุญาติให้ใช้เครื่องขยายเสียง 

ขณะที่กลุ่มนักศึกษา ประชาชน และสื่อมวลชน เดินออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปเริ่มต้นกิจกรรมกันบริเวณนอกประตูรั้วฝั่งท่าพระจันทร์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับคำสั่งให้ปิดประตูรั้วฝั่งนั้น สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มนักศึกษา และประชาชนบางส่วน แต่สุดท้ายก็มีการเจรจากันระหว่างผู้แทนนักศึกษา กับตัวแทนของมหาวิทยาลัย นักศึกษายอมที่จะไม่ใช้สถานที่บริเวณลานโพธิ์ และทางมหาวิทยาลัยตกลงที่จะไม่ปิดประตูรั้ว 

กิจกรรมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนโดยมีการพูดปราศรัยของตัวแทนนักศึกษา การร่วมกันร้องเพลงปณิธานแห่งเสรีชน การพูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม การร่วมกันเขียนป้าย และถือป้ายข้อความต่อต้านรัฐประหารต่างๆ กิจกรรมของนักศึกษาดำเนินไปจนถึงประมาณ 17 นาฬิกา

เราตั้งปณิธาน ต้านเผด็จการ ทุกชาติไป”

สิ้นเสียงเพลงปณิธานแห่งเสรีชนที่ดังขึ้นรอบสุดท้าย กลุ่มนักศึกษาและประชาชนจึงแยกย้ายกลับ

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอนาคต อาจมีการบันทึกไว้ในอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ว่า ที่ลานโพธิ์ ในวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ได้มีการจัดกิจกรรมต่อต้านการยึดอำนาจรัฐประหาร ของกลุ่มศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) ก็เป็นได้

 

Comment

Comment:

Tweet