-1-

            เมื่อพูดถึงมือกีต้าร์ในยุคปัจจุบัน มือกีต้าร์ที่เก่งที่สุดในโลก และพร้อมจะเป็นตำนานได้ต่อไปในอนาคต อาจจะยังหาข้อถกเถียงหรือนำมาจัดอันดับกันได้ยาก แต่เมื่อพูดมือกีต้าร์ในตำนาน เป็นอันดับหนึ่งตลอดกาลของผู้ฟัง และเป็นแรงบันดาลใจของมือกีต้าร์ทั่วโลก หลายคนต้องเอ่ยถึง จิมิ เฮนดริกซ์ (Jimi Hendrix ; James Marshall Hendrix)

            จิมิ เฮนดริกซ์ ตำนานมือกีต้าร์ผู้บุกเบิกแนวทาง Rock & Roll ยุคใหม่ การเล่นกีต้าร์ด้วยท่าทางที่แตกต่าง เป็นต้นแบบการเล่นกีต้าร์ที่ฉีกแนวทางจากสมัยเดิม ซึ่งเป็นที่มาของแนวทางการเล่นกีต้าร์ที่ใช้เสียงแบบดิบๆ เสียงหอนแปลกหู การเหยียบแป้นเอฟเฟ็คกีต้าร์ทำเสียงวาห์-วาห์ หลายคนคิดถึงเฮนดริกซ์บนเวทีการแสดง และอีกหนึ่งการแสดงดนตรีของเฮนดริกซ์ที่เป็นตำนานที่สุดหนีไม่พ้นบนเวทีวูดสต็อก (Woodstock Music & Art Fair) 

 

         -2-  

         วูดสต็อก หรือ เทศกาลดนตรีและศิลปะวูดสต็อก เทศกาลดนตรีและศิลปะที่จัดขึ้นในวันที่ 15-18 สิงหาคม ค.ศ. 1969 ในช่วงระยะเวลาเพียง 3 วัน 3 คืนของเทศกาล กลับมีคนเข้าร่วมเทศกาลนี้อย่างมหาศาล ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการดนตรี มีการจัดให้เทศกาลนี้อยู่ใน 50 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ Rock & Roll โดยนิตยสาร Rolling Stone

            แมกซ์ ยาสเกอร์ (Max Yasgur) เกษตรกรเจ้าของพื้นที่เลี้ยงโคนม 600 เอเคอร์ ใกล้กับเมืองเบเธล (Bethel) รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อนุญาตให้มีการจัดคอนเสิร์ตนี้ในที่ดินของเขา มีการประเมินกันว่าคอนเสิร์ตนี้มีคนมาร่วมงานอย่างน้อย 3 แสนคน มีสื่อบางสำนักรายงานว่ามีคนเข้าร่วมงานนี้ถึง 5 แสนคน จึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษ

            ชื่อของงานมาจากชื่อเมืองวูดสต็อก รัฐนิวยอร์ก ซึ่งอยู่ห่างออกไป 69 กิโลเมตร เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาด้านศิลปะมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 และเป็นที่พักอาศัยของศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น บ๊อบ ไดแลน (ฺBob Dylan), จอห์นนี แคช (Johny Cash) และ จิมิ เฮนดริกซ์

            แม้ในช่วงเวลาที่จัดเทศกาลนี้จะมีฝนตกลงมาตลอด ทำให้เกือบทั่วทั้งพื้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยโคลน แต่ผู้คนจำนวนมากก็ยังต้องการเข้าร่วมเทศกาลนี้ โดยก่อนเริ่มงานมีการจำหน่ายตั๋วเข้าชมออกไปกว่า 186,000 ใบ คณะผู้จัดงานมีการคาดการณ์กันว่าจะมีคนมาร่วมงานประมาณ 2 แสนคน แต่เมื่อถึงวันจริงมีผู้มารอชมคอนเสิร์ตเกินไปจากที่คาดไว้มาก ทำให้ในที่สุดคณะผู้จัดงานได้เปิดให้เข้าชมฟรี และเมื่อคนทั่วไปรับรู้ว่าคอนเสิร์ตนี้เข้าชมฟรี ทำให้มีคนหลั่งไหลกันเข้ามาร่วมงานเพิ่มขึ้นจนเต็มพื้นที่ กล่าวกันว่าการจราจรบนถนนที่มุ่งหน้ามาสู่พื้นที่นี้ติดขัดยาวถึง 13 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมงานเรียกกันเองว่า 'Woodstock Nation' ซึ่งเป็นเสมือนความ Cool หรือ Hip แห่งยุคสมัย Woodstock Nation กว่าครึ่งล้านรวมตัวกันเพื่อเข้ามาชมดนตรีจากศิลปิน 32 ดัง อาทิ โจน เบซ (Joan Baez), วง Sha-Na-Na, เจฟเฟอร์สัน แอร์เพลน (Jefferson Airplane) และปิดฉากเทศกาลดนตรีวูดสต็อกโดยการแสดงของ จิมิ เฮนดริกซ์ นั่นเอง

           

-3- 

            ชนชั้นแรงงานในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สามารถพัฒนาตัวเองจนขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ จากความมั่งคั่งที่เพิ่มมาก ทำให้วัยรุ่นเกิดความฟุ่มเฟื่อยมากขึ้น กลายเป็นกลุ่มคนที่ไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับความยากไร้ เมื่อผู้คนหลงใหลในวัตถุมากขึ้น จากนั้นก็เกิดกระแสต่อต้านลัทธิวัตถุนิยม คนหนุ่มคนสาวในสมัยนั้นต่างปลีกตัวออกจากสังคม เรียกตัวเองว่า ฮิปปี้ มุ่งหน้าสู่การเป็นอิสรชน ผ่านดนตรีและยาเสพติด แสวงหาความรัก ความอิสระ และความซื่อสัตย์ ซึ่งหาไม่ได้ในสังคมกระแสหลัก และถูกเรียกว่าเป็นยุคของ บุปผาชน

เหตุการณ์นี้ได้ถูกบันทึกไว้ในภาพยนตร์สารคดีในปี ค.ศ. 1970 เรื่อง Woodstock โดย ไมเคิล วัดไลช์ (Michael Wadleigh) ซึ่งภาพยนตร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สามารถคว้ารางวัลออสการ์ในฐานะภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ และมีเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งแต่งโดย โจนี มิตเชลล์ (Joni Mitchell) ที่เป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์และกลายเป็นเพลงฮิตของ ครอสบี, สติลล์, แนช แอนด์ ยัง (Crosby, Stills, Nash & Young)

            ภาพยนตร์สารคดี Woodstock เป็นการถ่ายทอดมหกรรมดนตรีที่เป็นการรวมตัวกันของเหล่าบุปผาชนคนฮิปปี้กว่าครึ่งล้าน พวกเขามาจับกลุ่มกันเพื่อประกาศจุดยืนในการต่อต้านสงครามเวียดนามที่คร่าชีวิตคนหนุ่มสาวไปมากมาย และเป็นการทำให้โลกทั้งใบเห็นถึงพลังของพวกเขา กล่าวกันว่านี่คือ 3 วัน 3 คืนของสันติภาพและดนตรี

สารคดีเรื่องนี้นำเสนอภาพของฝูงชนที่มาร่วมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ อย่างอิสระ ตัดสลับกับการสัมภาษณ์เพื่อนำพาผู้ชมให้ไปรู้จักกับชีวิต และความคิดของกลุ่มคนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในสังคมของสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งนำเสนอภาพการแสดงบนเวทีของศิลปิน 20 คน จากที่ขึ้นแสดงทั้งหมด 32 คน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในยุคนั้น

 

-4- 

เหตุการณ์ที่น่าสนใจอื่นๆ ในวูดสต็อก คือมีผู้เสียชีวิต 3 คน คนแรกเสพยาเกินขนาด คนที่สอง พลัดตกลงมาจากหอไฟส่องหน้าเวที และคนสุดท้ายถูกรถขนของเข้างานชนตายก่อนหน้างานเริ่ม 1 วัน ในงานมีผู้ป่วยมารับการรักษาที่ห้องพยาบาลสนามถึง 5,162 คน มีเด็กคลอดใหม่ในงานหลายคน และมีผู้ถูกจับกุมไปสงบสติอารมณ์ที่เมืองเบเธล  177 คน  นอกจากนี้มีผู้นำบัตรมาขึ้นเงินคืนกว่า 18,000 ใบ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปถึงงานได้ เพราะรถติดอยู่บนถนนที่จะเข้าสู่งาน 

            เทศกาลวูดสต็อกได้กลายเป็นเพียงตำนาน เมื่อสุดท้ายแล้วในปี 1970 แมกซ์ ยาสเกอร์ เจ้าของพื้นที่ปฏิเสธที่จะให้เช่าที่ในฟาร์มของเขาในปี 1970 เพื่อที่จะจัดเทศกาลอีกครั้ง เพราะเขากำลังจะกลับไปทำฟาร์มโคนมดังเดิม รวมไปถึงการที่รัฐนิวยอร์ก และ เมืองเบเธล ผ่านกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมของมวลชน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเทศกาลแบบวูดสต็อกอีก

            แมกซ์ ยาสเกอร์ เสียชีวิตในปี 1973 ทุกวันนี้ยังมีอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงความมีน้ำใจ เป็นก้อนหินแกะสลักรูปนกเกาะบนกิ่งไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวูดสต็อก ภายใต้รูปยังเต็มไปด้วยรายชื่อศิลปิน น้อย ใหญ่ ที่มาร่วมแสดงในคราวนั้น

มีการจัดคอนเสิร์ตรำลึก 25 ปีเทศกาลวูดสต็อกในปี 1994 แต่ในคอนเสิร์ตรำลึก 30 ปีเทศกาลวูดสต็อกในปี 1999 เทศกาลนี้กลายเป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยยาเสพติด เซ็กซ์ ความรุนแรงจากการยกพวกตีกัน และการข่มขืน จนเกิดเป็นที่สิ้นสุดของการจัดงานรำลึกเทศกาลวูดสต็อก ทำให้เทศกาลวูดสต็อกกลายเป็นเพียงตำนานและต้นแบบของเทศกาลดนตรีในยุคสมัยต่อมา

 

-5-

            จิมิ เฮนดริกซ์ มีอายุเพียง 27 ปี เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1970 หรือประมาณหนึ่งปีหลังจากที่เขาได้ขึ้นเล่นบนเวทีวูดสต็อก และหลังจากที่มือกีต้าร์ในตำนานคนนี้เสียชีวิตเพียงหนึ่งวัน มีการจัดคอนเสิร์ตรำลึกถึงเขาที่ แกลสตันเบอรี่ (Glastonbury) ประเทศอังกฤษ และแกลสตันเบอรีก็ได้กลายเป็นเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน คนที่ต้องการเข้าร่วมงานต้องจองตั๋วข้ามปี ซึ่งเชื่อกันว่าแกลสตันเบอรี่ก็ได้รับแรงบันดาลใจในการจัดงานมาจากเทศกาลวูดสต็อกนั่นเอง

 

Comment

Comment:

Tweet