สวน

posted on 28 Apr 2013 22:25 by aalilee directory Fiction, Diary, Idea

หลังจากรดน้ำต้นมะม่วงในสวนหลังบ้านเสร็จ สุจินต์จะบันทึกพัฒนาการ สภาพอากาศของแต่ละวัน เขาทำมันเป็นงานอดิเรก ทุก ๆ วันเขาจะตื่นเช้ามารดน้ำต้นมะม่วงที่เริ่มปลูกได้เมื่อหกปีก่อน จากกล้ามะม่วงเล็ก ๆ พวกมันเติบโตเป็นสวนใหญ่ ออกผลจำนวนมากปีละสองสามข่วงแล้วแต่ภูมิอากาศ 

ทุก ๆ วันสุจินต์ใช้เวลารดน้ำต้นไม้สี่สิบห้านาที หลังจากตื่นเช้าเวลาหกโมงสิบห้า แต่หากวันไหนมีฝนตก เขาจะนั่งดูธรรมชาติรดน้ำให้สวนมะม่วงของเขา หากฝนตกน้อย จะเป็นหน้าที่ของเขาที่จะรดน้ำตามปริมาณที่เขาต้องการ

การรดน้ำดูแลต้นมะม่วงถือเป็นการเริ่มชีวิตในแต่ละวันของเขา หลังจากการบันทึกเรื่องมะม่วง ๆ แล้ว ช่วงเวลาทุกเช้าของเขาถ้าไม่อ่านหนังสือ เขาก็จะเขียนหนังสือ พร้อมกับรับประทานอาหารเช้า คือกาแฟดำและขนมปังแครกเกอร์ บางวันจะเป็นสลัดแขก หรือสลัดฝรั่ง แล้วแต่คนขายจะขายอะไร 

หนังสือที่สุจินต์อ่านมีหลากหลายประเภท แต่เขาจะชอบประเภทสารคดีเป็นพิเศษ รวมทั้งนวนิยายเสียดสีสังคม ซึ่งเขาก็ชอบมันมากและนำมาพัฒนาลีลาการเขียนของตนเองสม่ำเสมอ -เขาเขียนนิยายขนาดยาวของเขาได้เกินครึ่งเรื่องแล้ว สมุดที่เขาใช้เขียนมีหน้าปกเป็นรูปมด มดที่เปรียบเสมือนเพื่อนซี้ของต้นมะม่วง

หลังจากดวงอาทิตย์เริ่มส่องแสงสว่างแยงตาในช่วงสาย สุจินต์จึงเริ่มขยับร่างกาย ออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว และไปทำงาน - เขาทำงานประจำเป็นพนักงานธนาคาร

ธนาคารที่เขาทำงานอยู่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านประมาณ หนึ่งช่วงวินมอเตอร์ไซด์ สองป้ายรถเมล์ สามสถานีรถไฟฟ้า ทุก ๆ วันที่เดินทางสุจินต์ชอบสังเกตพฤติกรรมของผู้ร่วมเดินทางไปกับเขา เริ่มตั้งแต่วินมอเตอร์ไซด์ ทุก ๆ คนในวินหน้าปากซอยบ้าน คุ้นเคยกับสุจินต์เป็นอย่างดี สุจินต์มักชอบชวนวินมอเตอร์ไซด์คุยด้วยเสมอ 

ก่อนพี่วินมอเตอร์ไซด์ส่งไม้ต่อให้กับรถเมล์ ผู้คนบนรถเมล์ป้ายแรกที่ขึ้นคนยังไม่เยอะเท่าป้ายที่สองซึ่งเป็นป้ายจากท่าเรือใหญ่ และต่อด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ผู้คนในเมืองหนังสือโลกอ่านหนังสือกันผ่านจอสี่เหลี่ยมตรงหน้า ทุกคนคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือ สุจินต์คิดเข้าข้างคนเมืองนี้

หน้าที่การงานของสุจินต์ทำให้เขาได้พบผู้คนมากหน้าหลายตา ทำให้เขาได้คอยสังเกตผู้คนเสมอ ๆ โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มเขียนนิยาย ทำให้เขายิ่งชอบสังเกตุพฤติกรรมของผู้คนมากขึ้น 

ทุกกลางวัน เขาจะกินข้าวกับเพื่อน แต่เป็นเพื่อนพนักงานของอีกธนาคารนึง เพื่อนร่วมงานในธนาคารสาขาที่เขาทำ เป็นผู้หญิงยกเว้นเขา เขาจึงเลือกที่จะกินข้าวกลางวันพร้อมกับเพื่อนที่อื่น เพราะเพื่อนผู้หญิงคุยเรื่องฟุตบอล และการเมืองไม่สนุกเท่าเพื่อนต่างธนาคาร นั่นทำให้เขาโดนเหน็บแนมจากเพื่อนร่วมงาน เพราะทนเห็นเสื้อสีธนาคารคู่แข่งมาเคียงข้างกับสีของธนาคารตนเองไม่ได้ -แน่นอนเรื่องเหล่านี้ก็ถูกเขียนลงไปในนิยายของเขาเข่นกัน

ก่อนจะกลับบ้าน สุจินต์ไม่ลืมที่จะเขียนบันทึกประจำวัน ทบทวนว่าวันนี้ได้เจออะไรบ้าง เผื่อเป็นข้อมูลไปเขียนเพิ่มเติมได้ และทุกเย็นที่เดินทางเขาจะเจออะไรคล้าย ๆ กับตอนช่วงเช้า แต่ผู้ร่วมทางหน้าตาอาจดูอิดโรยจากหน้าที่การงานของแต่ละคน -ชีวิตเมืองก็แบบนี้ 

หลังจากร่ำลาขอบคุณวินมอเตอร์ไซด์ที่มาส่งเหมือนทุกวัน สุจินต์จะเดินเข้าบ้าน เปลี่ยนเสื้อ เปลี่ยนกางเกงมาลุยงานสวนของเขาต่อ 

สุจินต์เติมเต็มความสุขที่ขาดหายจากชีวิตเมืองของเขาด้วยการทำสวน สวนมะม่วงของเขาที่ให้ผลผลิตแกเขาจำนวนมาก ผลจากการดูแลของเขาเอง แต่สุจินต์ไม่เคยนำผลผลิตเหล่านี้ไปสร้างเงินให้ตนเองแต่อย่างใด เพื่อนบ้านผู้โชคดี หรือคนทั้งซอยหากได้ผลเยอะ ได้รับประโยชน์จากตรงนี้ไป

มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาหวังว่า เขาจะทำมันให้ดี ทำให้ความฝันของเขาเป็นจริง เขารักในตัวหนังสือ เขาจึงฝันอยากเป็นคนถ่ายทอดตัวหนังสือของเขาไปสู่คนอื่นบ้าง 

สุจินต์มีความฝัน เขาอยากละทิ้งเมืองใหญ่นี้ไปเสียที เขาจึงอดออมเงินส่วนตัวไว้เสมอ เขาใช้เงินอย่างประหยัดที่สุด ของฟุ่มเฟือยที่สุดหากมองจากสายตาคนอื่น คือการที่เขาชอบนำเงินเหล่านั้นไปซื้อหนังสือ และอ่านมันจบอย่างรวดเร็ว เงินอดออมของเขาเหล่านี้เองหลังหักส่วนหนึ่งให้พ่อแม่แล้ว เขาจะนำเงินเหล่านี้ไปสร้างบ้านที่จังหวัดชุมพร เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นจังหวัดนี้ แต่ใจของเขาได้แต่พร่ำบอกมานานแล้วว่าเขาต้องไปเสียที พร้อมกับพกอาชีพใหม่ของเขาติดตัวไปด้วย นั่นคืออาชีพนักเขียน

สุจินต์เขียนหนังสือของเขาไว้ เหลือเพียงตอนจบเท่านั้น เขาอยากทำมันให้ดีที่สุด บทเรียนจากการอ่านหนังสือจำนวนมาก ตอนจบของหลาย ๆ เล่มทำได้ไม่ประทับใจเอาเสียเลย

...

เวลาผ่านไป ผู้จัดการสาขาลาออก สุจินต์ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการสาขา เนื่องจากถือเป็นพนักงานที่อยู่กับสาขามานาน

ทำให้เขามีเวลาน้อยลง เนื่องจากต้องเข้าประชุมกับสาขาใหญ่เสมอ ทำให้เขามีเวลาให้ตัวเองน้อยลงมาก ชีวิตในช่วงเช้าหายไป หลังจากอิดโรยอย่างมากจากการกลับบ้านดึกขึ้น ทำงานมากขึ้น

ต้นมะม่วงของเขาไม่ได้รับการรดน้ำสม่ำเสมอเหมือนที่เคยเป็น แต่มันไม่ได้เหี่ยวเฉาหรือใกล้ตายอะไร เพราะมันต้นใหญ่แล้ว ดูแลตนเองได้เหมือนกับมนุษย์ที่ต้องการการเลี้ยงดูเพียงช่วงเป็นเด็ก ต้นมะม่วงแค่ไม่ออกผลมากเท่าที่เคยเป็นเท่านั้น นอกจากนั้นตำแหน่งใหม่ในหน้าที่การงาน ทำให้เขาได้อ่านหนังสือน้อยลง รวมทั้งผลัดการเขียนตอนจบของเขาไปเรื่อย เขากลัวจะทำมันได้ไม่ดี เขากลัวตอนจบป็นตอนจบที่ไม่ดี

...

เวลาผ่านไป หลังจากเดินทางกลับบ้านจากการประชุมเสร็จ 

เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์กับเขา อาการเข้าขั้นโคม่า -สุจินต์กลายเป็นเจ้าชายนิทรา 

พร้อมกับสวนมะม่วงของเขา และนิยายของเขา 

 

Comment

Comment:

Tweet