เรามาเชียร์ไทยแลนด์

posted on 27 Dec 2012 20:57 by aalilee
เราอยู่ทางฝั่งขวา หากมองจากจอทีวีถ่ายทอด
เบื้องหลังของธงชาติ ธงโลโก้ทีมชาติ และธงอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับทีมชาติไทย กว่า 20 ผืนที่โบกปลิวไสวอยู่นี้คือพวกเรา
 
หากเคยดูถ่ายทอดสดหรือไฮไลต์ฟุตบอลเจลีกคงพอนึกภาพนั้นออก หลายครั้งที่นักเตะเลือดซามูไรยิงเข้าประตู ธงหลายผืนใหญ่หลังโกล์ จะถูกโบกกันอย่างพร้อมเพรียง ภาพความสวยงามเหล่านี้เราอยากให้ได้เห็นกันในสนามศุภชลาศัย
พวกเราเริ่มต้นจากธงไม่กี่ผืน เก็บหอมรอมริบ จนทำให้ทุกวันนี้เมื่อทีมชาติไทยลงเตะนัดเหย้า อัฒจรรย์ฝั่งทิศใต้นี้ เต็มไปด้วยธงผืนใหญ่เรียงกันไปตลอดแนว ถึงแม้ว่าแนวคิดนี้จะเลียนแบบเจลีกมา แต่เจลีกก็คือเจลีก ตอนนี้เรามาเชียร์ไทยแลนด์
 
"เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย"
สิ้นเสียงเพลงชาติจากทุกเสียงของชาวไทยเต็มความจุสนามร่วมกันร้องกระหึ่ม มวนกระดาษที่พวกเราแจกให้กับแฟนบอลหลายร้อยคนให้ช่วยกันโยน ถูกโยนออกไปพร้อมกับควันขโมงจากแฟลร์ที่พวกเราจุดเพื่อสร้างบรรยากาศ บอกได้เลยวันนี้คู่แข่งสิงค์โปรไส้แตกแน่ ๆ
เสียงตะโกนชื่อชาติไทยแบบฝรั่งเรียก "ไทยแลนด์" ดังอย่างต่อเนื่อง ขุนพลช้างศึกพร้อมประจันบาน วันนี้เราจะเล่นเพื่อแชมป์อาเซียน เราจะทวงความยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคหลังจากไม่ได้ตำแหน่งนี้สิบปีแล้ว
 
"พวกเรามาเชียร์ ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ พวกเรามาเชียร์มาเชียร์ ไทยแลนด์" เสียงเพลงพวกเรามาเชียร์ไทยแลนด์ เพลงที่เกือบทุกสโมสรในประเทศร้องเหมือนกัน แค่เปลี่ยนชื่อทีม เสียงเพลงที่พวกเราร่วมกันร้อง พวกเราไม่รู้หรอกว่าเสียงเหล่านี้จะไปถึงหูของ อดุลย์ กวิน ธีราทร และนักเตะทุก ๆ คนไหม เรารู้แค่ว่าวันนี้เรามาเชียร์พวกเขา และเป็นนักรบสู้ขาดใจไปกับพวกเขา
เหล่าฮีโร่ของพวกเราเปิดเกมรุกตั้งแต่นาทีแรก พวกเรามีโอกาสหลายต่อหลายครั้ง ทั้งจากโอเพ่นเพลย์ ลูกเปิดฟรีคิก เตะมุม เราทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง เพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม แน่นอนเราแสดงให้เห็นถึงศักดิ์ศรีของเจ้าอาเซียนตลอดกาล และในที่สุดความพยายามของเราก็เป็นผล เมื่อกีรติ เขียวสมบัติโหม่งเข้าประตู จากการเปิดมุมของธีราทร พวกเรากุมความได้เปรียบในแง่มุมของเรา เพราะนี่คือประตูในครึ่งเวลาแรก เราต้องการอีกเพียงหนึ่งประตู หลังจากที่พลาดท่าไปแพ้ที่สิงค์โปร 3-1 อีกหนึ่งลูกเพื่อประตูเสมอ แต่เราจะชนะด้วยกฎประตูทีมเยือน อีกหนึ่งลูกเพื่อแชมป์เปี้ยน เราจะไม่ยอมให้เขาเป็นแชมป์ที่ 4 เด็ดขาด
 
และประตูของกีรตินั้นเองที่ทำให้พวกเรามั่นใจมากเช่นกันว่าเราจะได้เป็นแชมป์
"พี่น้อง ครึ่งหลังเรายิงได้ และเป็นแชมป์แน่นอน" เสียงกองเชียร์คนนึงตะโกนขึ้น
พวกเรามั่นใจแบบนั้นเช่นกัน เพราะครึ่งเวลาแรก กวิน ผู้รักษาประตูของเราแทบไม่ได้สัมผัสลูกบอล
 
เกมครึ่งหลังเริ่มขึ้น ฮีโร่ของพวกเราเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่องเช่นเคย แต่ประตูที่สองก็ยังไม่ตามมา จนวินเฟรด เชฟเฟอร์ ตัดสินใจส่งกองหน้าลงมาเพิ่ม เราไม่มีทางเลือกแล้ว กองหน้าสามคนพร้อมยิงประตูได้ทุกเมื่อ กีรติ ธีรศิลป์ และพิภพที่เพิ่งเปลี่ยนลงมาแทนดัสกร เรามีโอกาสมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สัมฤทธิ์ผล
 
เคยได้ยินคำว่า สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ อะไรทำนองนี้ใช่ไหม
พวกเราคิดว่าวินนี่คิดเช่นนั้น เมื่อส่งปีกความเร็วสูง ไปกับบอลเร็ว ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะอายุน้อยที่สุดในทีม ลงไปแทนจักรพันธ์ พรใส เพื่อทดแทนกำลังของจักรพันธ์ทีเริ่มหดลงไปหลังพานักเตะเมอร์ไลออนทัวร์รอบสนามไปหลายคน
พวกเราตะโกนเชียร์กันอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม ถ้วยแชมป์อาเซียนสีทองใบนั้นต้องอยู่ที่กรุงเทพ
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกอย่างคือเราเสียผู้เล่นจากอาการบาดเจ็บ กีรติ ฮีโร่จากลูกโหม่งลูกแรกบาดเจ็บ จนต้องเปลี่ยนเอาอภิภูลงมาแทน
เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว ผลจากการนำชนาธิปลงมา ทำให้ทัพช้างศึกเกือบได้ประตูหลายครั้ง
 
พวกเราตะโกน "ไทยแลนด์" ดังยิ่งกว่าเดิม แต่แตกต่างจากที่กีรติยิงได้ตอนครึ่งแรก ครั้งนี้เราตะโกนเมื่อสิ้นเสียงนกหวีดจากผู้ตัดสิน หมดเวลาแล้ว เราทำได้แค่ 1 ประตู เราไม่ได้แชมป์ 
เสียงตะโกนไทยแลนด์ ไทยแลนด์ เสียงปรบมือ ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง
 
"ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ" พลพรรคเพื่อนเชียร์ไทยฝั่งโซนทิศเหนือร่วมกันร้องเพลงศรัทธา เมื่อเห็นธีราทร พิชิตพงษ์ และนักเตะหลาย ๆ คนร้องไห้ พวกเขาเสียใจที่ไม่สามารถเป็นแชมป์ได้ พวกเราเห็นภาพเหล่านี้ถึงกับน้ำตาคลอด้วยความเสียดาย และสงสารนักเตะพวกเขาสู้เต็มที่แล้ว ควรได้รางวัลตอบแทนมากกว่านี้
 
มีคนเคยบอกว่า กองเชียร์ที่ดีคือกองเชียร์ที่เชียร์ทุกตอน แม้ว่าทีมจะอยู่ในสถานการณ์ใด จะแพ้ จะชนะ จะผิดหวัง สมหวังเพียงใด 
พวกเราไม่รู้หรอกว่า เราเหมาะสมที่จะได้เป็นกองเชียร์ที่ดีหรือเปล่า เราคือผู้เล่นคนที่สิบสองไหม เราไม่รู้ เรารู้แค่ว่าพวกเราตะโกนเชียร์อย่างสุดเสียง และร่วมให้กำลังใจนักเตะจนถึงวินาทีสุดท้าย ให้เหมาะสมกับที่พวกเขาตั้งใจสู้
 
"ไม่เป็นไร เอาใหม่ได้ " ไม่มีใครซ้ำเติมนักเตะ เพราะทุกคนได้สู้ให้เห็นแล้ว พวกเขาทำได้ดีแล้ว และพวกเราก็ควรยินดีกับแชมป์ พวกเขาเตรียมแผนมารับมือได้อย่างดี วันนี้ไม่ใช่วันของเราจริง ๆ
 
ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก พวกเราเหล่ากองเชียร์ไม่สิ้นศรัทธาต่อทีมชาติไทย ไม่ต้องห่วงพวกเรา พวกเราจะยืนหยัดเชียร์ทีมชาติไทย ไม่ว่าจะตกต่ำเพียงใด พวกเราจะอยู่เคียงข้างนักเตะ พร้อมโบกธง แต่งเพลงใหม่ ๆ มาร้อง เพื่อเป็นผู้เล่นคนที่สิบสองต่อไปในทุก ๆ ครั้งที่พวกเขาลงเตะ
 
และให้ทุกมุมโลกรู้ว่าแม้ว่าเราจะแพ้ใครก็ตาม แต่หัวใจของพวกเราไม่เคยยอมแพ้
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet