ยศถาบรรดาศักดิ์

posted on 01 Feb 2011 23:16 by aalilee

ผมเลือกช่องซ้ายสุด

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากจ่ายค่าทางด่วนขั้นที่สองเสร็จเรียบร้อย

ด่านเก็บค่าผ่านทางบริเวณจุดเชื่อมทางด่วนแจ้งวัฒนะ ประชาชื่น กลางวันนี้รถบางตา ต่างจากวันอื่น ๆ ที่รถต่อคิวจ่ายเงินเป็นแถวยาว

 

ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์  โบกรถผมให้จอดเข้าข้างทาง ที่มีกลุ่มตำรวจคอยดักจับผู้ผิดกฎจราจร

“คุณโทรศัพท์ขณะขับรถ” นายตำรวจกล่าวหลังจากขอดูใบอนุญาตขับขี่ โทรศัพท์ขณะขับรถคือข้อหาของผม

ผมแปลกใจมากว่าผมไปแตะโทรศัพท์คู่หูผมตอนไหน พลันนึกย้อนกลับไปเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อนที่โทรศัพท์ครั้งล่าสุด แต่นั่นไม่ใช่ตอนขับรถ !

 

ผมยังยืนยันว่าผมไม่ได้โทรศัพท์ตอนขับรถอย่างที่เขากล่าวหา พร้อมพูดจาดี ๆ เพราะมั่นใจว่ายังไงผมก็ไม่ได้โทรศัพท์

นายตำรวจซักถามหาโทรศัพท์ ผมชี้ให้เขาดูว่ามันอยู่ในกระเป๋ากางเกง

เขาขอดูโทรศัพท์ พร้อมกดดูเลขหมาย พร้อมเวลาโทรออกล่าสุด

กด กด กด อยู่พักนึง คุณตำรวจมองลอดผ่านเลนส์แว่นกันแดดมาที่ผม แล้วบอกว่า มีตำรวจยืนยันมาว่าผมโทรศัพท์ !

 

พับผ่าสิ !

ครั้งแรกที่ผมโดนเรียกจากที่ตำรวจตั้งด่าน ผมโดนกล่าวหา โดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด

เพราะถ้าผมทำผิดจริง ๆ ผมจะรับใบสั่งนั้น แล้วนำไปขอใบขับขี่คืนที่โรงพักเองด้วยซ้ำ

 

นายตำรวจที่นั่งอยู่ที่โต๊ะใต้ร่มเงา นำใบขับขี่ผมไปดู แล้วหยิบปึกกระดาษปึกนึง ที่ดูคล้ายใบเสร็จ แต่มันคือใบสั่ง ขึ้นมา

ผมยังไม่แน่ใจนัก ว่าถ้าเขาเขียนใบสั่งเสร็จ แล้วผมต้องทำยังไง ในเมื่อผมไม่มีโอกาสได้ให้เหตุผล หรือไม่ก็ให้เหตุผลไปแล้วแต่เขาก็ยังยืนยันว่าผมทำผิดจริง ๆ

“ผมต้องทำไงต่อ ? ” ผมถามนายตำรวจคนที่เขียนใบสั่งให้ผม

เขากล่าว “ขึ้นไปข้างบน” พร้อมชี้นิ้วไปที่ตู้คอนเทนเนอร์ที่พักตำรวจร้อยเวร หรือเรียกอะไรอย่างอื่น ผมจำไม่ได้

ผมเดินขึ้นไป แล้วยื่นให้นายตำรวจ ที่คุณตำรวจข้างล่าง เรียกว่า “ร้อยเวร”

“400 บาท”

ฮะ อะไรนะ กูได้ยินถูกรึเปล่าวะเนี่ย (ผมคิดในใจ)

“อะไรนะครับ” ผมถามคำถามที่ติดค้างในใจ

“400 บาทครับ” คุณร้อยเวร ย้ำอีกรอบ

“ผมยังไม่ได้โทรศัพท์เลยนะครับ ไม่เชื่อตรวจได้เลย ผมสาบานด้วย เอ้า !”

“คุณจะเลือกจ่าย 400 บาทที่นี่ หรือไปจ่าย 1000 บาท ที่ สน ล่ะ” คุณร้อยเวรพูดถึงค่าปรับขั้นต่ำสุด 400 บาท เปรียบกับ 1000 บาทที่เป็น ค่าปรับสูงสุด

แต่ผมก็ยังคงยืนยันว่าผมไม่ได้โทรศัพท์

คุณร้อยเวรก็ยืนยันพร้อมยิ้ม ๆ ว่านายตำรวจที่อยู่บริเวณด่านทางด่วนเขาก็ยืนยันเหมือนกัน พร้อมทำท่าทาง ว. ไปถึงนายตำรวจผู้ยืนยัน

 

ผ่านไป ผ่านไป ผมยังคงนั่งอยู่ในห้องในตู้นั้น

คนที่ขึ้นมาจ่ายตัง 400 แก่นายร้อยเวรนี่ ไม่มีใครคิดจะเถียงบ้างเหรอไงนะ

หรือว่าเขาผิดจริง เขาเลยไม่เถียง

หรือว่าเขาเถียงไป ตำรวจก็ไม่เชื่ออยู่ดี ยอมจ่ายน้อยดีกว่าจ่ายมากดีกว่า

ผู้คนที่ขึ้นมาแต่ละคน ดูเป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ ไม่มีทีท่าจะเถียงอะไร หรือว่าเขาโดนกดขี่แบบนี้เป็นประจำนะ

 

ผมนั่งรอ จนคุณร้อยเวรหันมาพูดกับผมอีกที ประมาณว่า ตำรวจเขาก็ยืนยันมา

ผมเริ่มอึดอัด ในใจนี่แค้น แค้นเหลือเกิน ทำไมวะ ทำไมไม่มีเหตุผลเลย ตรวจกล้องวงจรปิดก็ได้นะ

 

ผมนึกถึงตำรวจที่ผมรู้จัก ผมคิดว่าเขาพอจะคุยได้

ผมเดินออกจากห้องนั้นมา พร้อมดึงใบสั่งจากมือร้อยเวรคนนั้นมา เสร็จแล้วจึงโทรหา คุณผู้กอง ที่อนาคตคงได้เป็นพี่เขยผม

หลังจากได้ยินเสียงผู้กองว่าที่พี่เขย ผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่จริง ๆ

ใจจริง ๆ ของผมมันร้องตั้งแต่ที่โดนเขียนใบสั่งแล้ว แต่ผมจะร้องไห้ให้คนไม่รู้จักพวกนี้เห็นได้ไงล่ะ

ผู้กองว่าที่พี่เขยถามเหตุผล ว่าผมทำผิดจริงหรือเปล่า ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิดนะ

ผมยังบอกคำเดิม ปฏิเสธข้อกล่าวหาของคุณตำรวจด่านนี้

 

แล้วคุณผู้กอง ก็ขอคุยกับร้อยเวร

ผมยื่นให้ ร้อยเวร คุย ก็เห็น เหมือนว่า ร้อยเวรจะยอมคืนใบขับขี่ และ ยกเลิกใบสั่ง

แต่จนแล้วจนรอด เขาก็ยังยืนยันอีก ว่า ตำรวจที่ด่านเขายืนยันมา

 

ผมทนไม่ไหวจนได้ !

น้ำตาผมมันไหลออกมาเอง ผมไม่ได้บีบน้ำตาแต่อย่างใด เรื่องอะไรจะมาให้คนไม่รู้จักมาเห็นรอยน้ำตา

 

คุณร้อยเวรเห็นอย่างนั้น จึง ว. เรียกตำรวจที่ยืนยันว่าผมผิด เข้ามาในห้องนั้น

เขายังยืนยันอีกว่าผมทำผิด

เฮ้ย ! ผมทนไม่ไหวแล้วโว่ยยยย !!!

ผมเดินดุ่ย ๆ ออกมา ไม่ทนกับตำรวจพวกนี้แล้ว (เพราะคุณผู้กองว่าที่พี่เขย บอกว่าถ้าเขาไม่คืนใบขับขี่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาเอาใบสั่งไปจัดการให้)

แต่ครั้งนี้แปลก แปลกตรงที่ คุณตำรวจที่ยืนยันมาว่าผมทำผิดกฎจราจร เดินตามมาด้วย เขาเดินตามมาที่รถ เขาถามว่า คุณไม่ได้โทรจริง ๆ ใช่ไหม ผมบอกยืนยันอีก ว่าผมไม่ได้โทร คุณมองผิดหรือเปล่า

 

คุณตำรวจผู้ยืนยันเริ่มสำนึกได้หรืออะไรผมไม่ทราบแหละ

เขาเริ่มกล่าวขอโทษ (อาจเพราะเห็นรอยน้ำตาผมกระมัง)

แล้วก็ให้ผมเดินขึ้นไปที่ห้องเดิม พร้อมเขา

 

ทีนี้ ถึงคราวร้อยเวร เอ่ยปากขอโทษบ้างแล้ว

คุณร้อยเวร ขอโทษผม พูดจาดี ไม่เหมือนคราวแรกที่กล่าวหาผม

พร้อมคืนใบอนุญาตขับขี่ ที่ผมไม่เคยเอาออกจากกระเป๋าสตางค์ (เพราะไม่เคยทำผิดอะไร กอปรกับเพิ่งขับรถได้ครึ่งปี)

 

คุณร้อยเวรเดินมาส่งที่รถ ชวนคุยดี แล้วย้ำขอโทษ

ผมซักถามเขา “นี่ถ้าใครไม่ทำผิดอะไรมา คุณก็จะเรียกเขาแบบนี้หรอ”

ผมรู้เลย ว่าเขารู้สึกเจ็บใจ ที่โดนเด็กวัยรุ่นคนนึง ถากถางไปแบบนี้

 

ผมยกโทษให้เขา และนายตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ใคร ๆ ก็ผิดพลาดในหน้าที่ได้ทั้งนั้น

เพราะผมเข้าใจ ว่าในทุกสังคม ก็มีทั้งคนดี และคนไม่ดีปะปนกันไปทั้งนั้น

 

แต่มันมีข้อสงสัยติดคาอยู่ในใจ

ว่าถ้าผมไม่รู้จักคุณผู้กอง ผมคงต้องจ่ายเงินให้เขาจริง ๆ ใช่ไหม

หลังจากออกรถจากลาจุดเชื่อมทางด่วนนั้นมา

ผมร่ำไห้อีกครั้ง หนักกว่าเดิมด้วย แต่ครั้งนี้ ไม่ได้ร่ำไห้ถึงตัวเอง ผมร่ำไห้ถึงสังคมไทย ผมร่ำไห้ถึงชาวบ้านตาดำ ๆ ผมร่ำไห้ถึงผู้ถูกกดขี่ทุกคนในโลกใบนี้

 

คนเราจะมีค่าจริง ๆ เมื่อมียศถาบรรดาศักดิ์ หรือนามสกุลดัง ลูกหลานตำรวจใหญ่ ลูกหลานคนใหญ่คนโต เพียงอย่างเดียวกระนั้นหรือ ?

Comment

Comment:

Tweet

ฮืมเคยเจอเหมือนกันคะ บางครั้งก็ต้องทำใจกันไปเพราะอย่างที่คุณบอกคนดีก็มี แต่บางครั้งมันแยกคนดีออกมาแุถบไม่ได้เพราะหายากจริงๆ ได้แต่ภาวนาขอให้เจอกับคนดีนะ
หวังว่าความดีที่เราทำและเป็นจะส่งผลให้เราพบเจอคนดีเช่นกันนะจ้า โลกนี้มีอะไรอีกมากมายให้ได้เจอนะก้า

#1 By namsai (183.89.40.146) on 2011-02-02 14:24