เดินไปให้สุดฝัน

posted on 26 Nov 2010 15:02 by aalilee
กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้
นกนางนวลฝูงใหญ่บินเข้าครองพื้นที่สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ
เหล่านกบินหนีความหนาว มาจากทางตอนเหนือของจีน บ้างมาจากเติร์กเมนิสถาน ทาจิกิสถาน รวมทั้งเนปาล
อุณหภูมิต่ำลงเหล่านั้นนางนวลไม่สามารถทรอยู่ในบริเวณบ้านเกิดของมันได้
 
พวกมันเลยต้องอพยพหนีหนาว
ฝูงนกนางนวลจะบินจากบ้านเกิดชั่วคราว โดยมากันเป็นฝูง ๆ เท่านั้น มารวมตัวกันบริเวณบางปูทะเลอ่าวไทย
บางฝูงบางตัวก็หลุดออกไปมาเลเซียบ้าง หรือ สิงคโปรบ้าง แต่อุณหภูมิก็ยังคล้าย ๆ กับบางปูนั่นแหละ
 
น่าแปลกใจว่ามีเจ้านกน้อยตัวหนึ่งขี้สงสัย
เจ้านี่ไม่ชอบไปไหนเป็นฝูง ๆ แปลกใจกับพฤติกรรมหมู่ของบรรพบุรุษ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยู่กันเป็นฝูง ๆ
นางนวลน้อยขี้สงสัยมักแปลกใจเสมอ ๆ ว่าทำไมต้องไป ณ ดินแดนขวานทองแห่งนี้
มันจึงถามพ่อของมัน "พ่อ ๆ ทำไมทุก ๆ ปีต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่นี่ด้วยล่ะ"
"เพราะที่นี่อากาศดี อบอุ่น สบาย ๆ มีพวกมนุษย์ใจดีโยนอาหารให้เรากินอีกต่างหาก" พ่อเจ้านกน้อยตอบ
 
ก็ยังน่าสงสัยอยู่ดีว่าทำไมต้องไปกันเป็นฝูง นางนวลน้อยคิดอยู่ในหัว
 
____
 
เจ้านกน้อยสังเกตเห็นผู้คนที่มาบริเวณสะพานตากอากาศนี้ทุกวัน ทุกวัน จึงนึกสงสัยในใจ
ว่าพวกมนุษย์พวกนี้เขาอยู่ที่ไหนกัน ทำไมบางคนมากันเป็นกลุ่ม ทำไมบางคนมากันสองคน
เจ้านกน้อยได้ยินคนบางคนคุยหยอกล้อกันในครอบครัวอย่างมีความสุข
หันไปมองอีกคนที่ยืนตรงนั้นคนเดียว พลันคิดแทนคนนั้นว่าเขาคงเครียด ๆ กระมัง
และอีกหลากหลายชีวิต ที่เห็นได้มากันเป็นฝูง ๆ
 
นางนวลน้อยคิดแผนการอยากไปที่อื่นบ้าง อยากไปคนเดียว อยากเด็ดเดี่ยวบ้าง
จึงขออนุญาตพ่อและแม่ ออกเดินทาง
พ่อแม่ไม่ว่าอะไร เพียงแต่เตือนว่า "ถ้าเราไม่ไปกันเป็นฝูง จะอันตรายนะลูก"
นางนวลน้อยคิดในใจว่า ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังได้ใช้ชีวิตด้วยตนเอง ไม่ต้องตามใคร อิสระดี
 
____
 
เขาออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น
ออกเดินทางโดยไม่มีจุดหมายปลายทาง
ออกเดินทางเพียงต้องการจะใช้ชีวิตอิสระของความเป็นนก ให้คุ้มค่า
สองปีกกระพือออกไปอย่างสุดแรง แม้จะยังไม่คล่องแคล่วนัก
เพียงหวังในใจว่า ซักวันนึงจะกลับมา
กลับมาพร้อมกับประสบการณ์ระหว่างทาง
แล้วมาเล่าให้พรรคพวกนางนวลฟัง
 
____
 
สองปีผ่านไป นางนวลน้อยเติบใหญ่
เติบโตโดยร่างกาย และประสบการณ์
เขากลับมาหาฝูงนางนวลฝูงเดิมที่คุ้นเคย ตามที่เขาสัญญากับตัวเองไว้
เขากลับมาเล่าให้ตัวอื่น ๆ ฟัง ว่าเขาไปเดินทางรอบโลกมา
เขาเจออะไรมามากมาย
มนุษย์แต่งตัวไม่เหมือนกัน นกหลากหลายพันธุ์ สัตว์บกหลายชนิด วาฬตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก !
เขาเล่าว่าตลอดระยะทางที่เดินทาง เขาเจอนกนางนวลพันธุ์อื่น ๆ ด้วย
ยุโรป แอฟริกา เขาก็ไปมาหมดแล้ว (ก็แหงซิ ไปมาทั้งโลก)
นางนวลตัวอื่น ๆ ในฝูงโดยเฉพาะนางนวลน้อย ๆ ที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานต่างอิจฉาเขา
 
นอกจากที่่เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งโลกแล้ว
เขาเล่าถึงเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจเขาได้มากมาย
.
.
.
เจ้านางนวลน้อยในวัยที่เพิ่งหนีฝูงวันแรกจากบางปู
หลังจากที่เขาบินออกไปอย่างสุดแรงปีก เมื่อออกแรงจนสุด ความเหนื่อยล้าก็ตามมา
บินไปได้ไม่ไกลนัก เขาก็ต้องพัก ตรงบริเวณที่แม่น้ำเจ้าพระยาจรดกับอ่าวไทย
หรือที่คนเขาเรียกกันว่าปากอ่าว
ที่นั่นมีเรือรบลำขนาดไม่ใหญ่โตมาักนักตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่
เห็นคนแถวนั้นเขาเรียกกันว่า ป้อมพระจุลจอมเกล้า
นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับมันเห็นนกนางนวลตัวอื่น ๆ ที่บินพลัดหลงมาแถวนี้ ที่มีจำนวนไม่เยอะมากนัก
"ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้กัน" เขาถามเจ้านกตัวอื่นที่มาอยู่แถวนี้
นกตัวอื่น ๆ ตอบว่า "ที่นี่เป็นดินแดนประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ มันทำให้ข้าชอบมาอยู่ที่นี่"
เขาไม่สนใจคำตอบ แต่บินสำรวจพื้นที่แถวนี้แทน
เขาเห็นมนุษย์ แต่ไม่ได้เห็นจำนวนมากมายเหมือนที่ฝูงใหญ่ของตนอยู่
แล้วเขาก็เห็นชายหญิง2คนอยู่ในศาลาตากอากาศเล็ก ๆ ของที่นั่น
ด้วยความอยากรู้ประวัติของที่นี่จากคน
มันจึงทำเป็นบินไปใกล้ ๆ คอยแอบฟัง เผื่อเขาจะคุยกันถึงประวัติศาสตร์ที่นี่
แต่เขาไม่ได้ยินเรื่องราวประวัติศาสตร์นั้น
 
เขาเห็นว่าหญิงสาวร่ำไห้ แล้วชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรมากมายนัก
(คิดในใจว่า คงทะเลาะกันแล้วมานั่งซึมอยู่ตรงนี้แน่ ๆ )
ซักพักนึกเขาก็เห็นหญิงสาวคนนั้นดีขึ้น และหยอกล้อกับชายหนุ่มเหมือนเดิม
 
เขาแอบได้ยินหญิงสาวพูดเรื่องเกรดวิชาหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวผิดหวังกับเกรดที่ออกมา
 
____
 
เขาไม่พูดสรุปอะไรหลังจากเล่าเรื่องให้นางนวลตัวอื่น ๆ ฟัง
ปล่อยให้นางนวลตัวอื่นคิดกันเองว่า ทำไมหญิงสาวคนนั้นจึงร้องไห้ และซักพักก็หยุดร้องและร่าเริงเหมือนเดิม
 
สิ่งที่นางนวลผู้เดินทางรอบโลกทิ้งไว้ให้นางนวลตัวอื่น ๆ คิด
ก็คือ ในเมื่อชีวิตยังเดินต่อไป ใยเล่าจะต้องยึดติดกับสิ่งที่มันผ่านไปแล้ว
คือสิ่งที่เขาได้ข้อคิดจากหญิงสาวที่ปล่อยความทุกข์ ความเครียดลงไปในทะเล
แล้วกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงแต่จดจำมันไว้และจะไม่ทำอีก
 
ส่วนสิ่งที่นางนวลผู้เดินทางรอบโลกได้จากการเดินทางก็คือ
หากชีวิตคือการเดินทาง แล้วเราจะมีที่ยึดมั่นถาวรไปทำไม
 
สุดท้ายถ้าเราไม่ยึดติดกับสิ่งใด ปลดปล่อยมันออกไป
เก็บเพียงประสบการณ์ไว้จดจำ
ประสบการณ์ที่ดี ก็เก็บไว้
ที่ไม่ดีก็เก็บไว้ แต่เก็บไว้เตือนใจ ไม่ใช่จมปลักไปกับมัน
 
____
 
หลังจากฟังเรื่องราวของนางนวลผู้เดินทางรอบโลก
นางนวลน้อยตัวอื่น ๆ ในฝูง ออกเดินทาง และกระพรือปีกออกไปสุดแรง
 
 

Comment

Comment:

Tweet

บทความดีมากเลยอะconfused smile

#7 By ☆ Writing-pk ☆ on 2010-12-01 16:57

ชีวิตยังเดินต่อไปไยต้องยึดติดกับสิ่งที่มันผ่านไป กะลังอยากได้ประโยคแบบนี้มาบอกตัวเองพอดีเลยค่ะbig smile
Hot! Hot!

#6 By Jantaja on 2010-11-30 09:40

ในเมื่อชีวิตยังเดินต่อไป ใยเล่าจะต้องยึดติดกับสิ่งที่มันผ่านไปแล้ว

ชอบประโยคนี้ big smile

#5 By maimai* (113.16.39.24) on 2010-11-28 08:25

คิดอะไรได้เยอะเลยจากบทความแก
โตขึ้นเยอะเลยนะอาลีconfused smile

#4 By sarocha (125.27.204.238) on 2010-11-26 23:56

:)

#3 By T-TOEY' on 2010-11-26 21:40

ชีวิตคือการเดินทาง
เหลือไว้แค่รอยเท้าจางๆในที่ๆเราจากมา

#2 By @iqcumber (203.131.211.154) on 2010-11-26 21:30

เป็นบทความที่ดีมากเลยครับ เจ้านางนวลน้อยbig smile big smile big smile Hot! Hot!